วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

HOME (English with subtitles)

homeproject | Jun 03, 2009

We are living in exceptional times. Scientists tell us that we have 10 years to change the way we live, avert the depletion of natural resources and the catastrophic evolution of the Earth's climate.

The stakes are high for us and our children. Everyone should take part in the effort, and HOME has been conceived to take a message of mobilization out to every human being.

For this purpose, HOME needs to be free. A patron, the PPR Group, made this possible. EuropaCorp, the distributor, also pledged not to make any profit because Home is a non-profit film.

HOME has been made for you : share it! And act for the planet.

Yann Arthus-Bertrand

HOME official website
http://www.home-2009.com

PPR is proud to support HOME
http://www.ppr.com

HOME is a carbon offset movie
http://www.actioncarbone.org

More information about the Planet
http://www.goodplanet.info

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

"รัฐบาลชุดนี้รวยอย่างเดียว ซึ่งไม่ถูกขอให้ไปบอกนายกฯด้วยว่า พวกนายเนวินมีเป็นพันๆ ล้าน แต่ชาวบ้านไม่มีเงินจะกิน".


โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศ  ทำ “กรณ์” หน้าเจื่อน หลังชาวบ้านโทรศัพท์ไล่รัฐบาล 2 มาตรฐาน เจ้าตัวเสียงอ่อยบอก ความคิดเห็นมีหลากหลาย   บางคนบอกรัฐบาลรวยอย่างเดียว แต่ชาวบ้านไม่มีจะกิน…

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ที่เชิญชวนให้ประชาชนทั่วประเทศโทรศัพท์มาร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่แผนปรองดอง  ยังคงมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาทำหน้าที่อาสาสมัครรับโทรศัพท์จากประชาชนเป็นเวลา 20 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นมีผู้หญิงไม่ยอมบอกชื่อโทรศัพท์เข้ามาต่อว่ารัฐบาลว่า “รัฐบาล 2 มาตรฐาน ถ้าออกไปได้ก็ออกไปเลย” แล้ววางสายทันที ทำให้นายกรณ์ซึ่งเป็นผู้รับสายถึงกับหน้าเจื่อน และหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวเสียงอ่อยว่า “ความคิดเห็นมีหลากหลาย” นอกจากนี้ยังมีประชาชนโทรศัพท์ร้องเรียนเรื่องสินค้าแพง บางคนถึงกับพูดว่า “รัฐบาลชุดนี้รวยอย่างเดียว ซึ่งไม่ถูกขอให้ไปบอกนายกฯด้วยว่า พวกนายเนวินมีเป็นพันๆ ล้าน แต่ชาวบ้านไม่มีเงินจะกิน”.

ข่าวจากไทยรัฐ
--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

ควายไทยใกล้สูญพันธุ์รอบ 10 ปี!!เหตุคนนำมากิน-ใช้รถไถแทน

ควายไทยใกล้สูญพันธุ์รอบ 10 ปี!!เหตุคนนำมากิน-ใช้รถไถแทน

วิกฤตควายไทยใกล้สูญพันธุ์ในรอบ 10 ปี ควายไทยเหลือเพียง 1 ล้านกว่าตัว สาเหตุจากบริโภคเนื้อควายและชาวนาหันไปใช้ควายเหล็ก

     นายธีระ วงศ์สมุทร รมต.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน  ปริมาณควายในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต เนื่องจากพบว่า ช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา มีจำนวนลดลงอย่างมาก เหลือประมาณ 1 ล้านตัวเศษจากที่ เคยมีจำนวนประชากรควายมากที่สุดในโลก ในปี 2523 คือ ประมาณ 6 ล้านตัว ทว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐอย่างไร้ทิศทาง ทำให้ประชากรควายลดลงอย่างต่อ จนปัจจุบัน ควายไทยมีเหลือประมาณ 1.3 ล้านตัว ในขณะที่ปัจจุบันประชากรควายที่ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่มีจำนวนใกล้เคียง ถึงมากกว่าประเทศไทยแล้วคือ มาเลเซีย 2 แสนตัว กัมพูชา 8.4 แสนตัว ลาว 1.4 ล้านตัว พม่า 1.8 ล้านตัว เวียดนาม 2.2 ล้านตัว และอินโดนีเซีย 2.8 ล้านตัว

     สำหรับสาเหตุที่ปริมาณควายไทยลดลงก็เนื่องมาจาก ความนิยมในปัจจุบัน เปลี่ยนจากการใช้แรงงานควายมาเป็นการใช้เครื่องจักรใน การทำนา นอกจากนี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชากร "ควายไทย" ลดลงจนใกล้สูญพันธุ์ คือคนไทยกินเนื้อควายกันมาก โดยเฉพาะคนไทยในภาคเหนือและอีสานบางส่วน โดย อาหารที่โปรดปรานของคนไทยบางกลุ่ม คือตัวอ่อนที่อยู่ในท้องแม่ควาย

อย่างไรก็ตามในขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้ เตรียมพัฒนาควายพื้นเมืองให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ควายเป็นสัตว์ที่ช่วยกู้วิกฤติเศรษฐกิจ  เป็นแรงงานที่ยั่งยืนของ ชาวชนบทและคนไทย  นอกจากนี้ได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อลดการบริโภคเนื้อควายลง

     อย่างไรก็ตาม จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยชาวนาไทยที่ประสบความยากจนจากการประกอบอาชีพการทำนา  อัน เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน  และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทรงอยากให้ชาวนาไทยกลับมาใช้ควายในการทำนา ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้น้อมรับและสนองพระราชดำริดังกล่าว โดยในปี 2552 ได้จัดทำ “โครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนาตามพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวนาฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี และเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว

      สำหรับแนวทางการดำเนินงานเสริมให้เกษตรกรแต่ละชุมชนรวมกลุ่มจัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชน พร้อมจัดหาควายมาให้เลี้ยง รายละ 2-3 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะให้ยืมควายจากธนาคาร โค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราช ดำริ (ธคก.) ขณะที่กองทุนการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม ได้เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ไว้ให้เกษตรกรกู้ยืมซื้อควาย จากนั้นจะเร่งฝึก อบรมวิธี การเลี้ยงควายให้เกษตรกร และฝึกควายไถนาควบคู่กันไป เพื่อให้ใช้งานได้จริงคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกร หันมาประกอบอาชีพการทำนาโดยใช้แรงงานควาย ในระบบเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมพื้นที่ 3,410ไร่ สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไร่ละ 132 บาท คิดเป็นเงิน 4.5 แสนบาท/ปี ลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีโดยสามารถผลิตปุ๋ยคอกได้ปีละ 1,236 ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละ 1.1 ล้านบาทโดยจัดโครงการนำร่องทั่วประเทศ 12จังหวัด และในปี 2553จะเร่งดำเนินการขยายผลโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป

http://www.siamrath.co.th/?q=node/40257


--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

อนุกมธ.วุฒิ ชี้วิกฤติการเมือง เด็กเลียนแบบในทางที่ผิด/สะท้อนระบบการศึกษาไทยล้มเหลว

อนุกมธ.วุฒิ ชี้วิกฤติการเมือง เด็กเลียนแบบในทางที่ผิด/สะท้อนระบบการศึกษาไทยล้มเหลว

“อนุ กมธ.วุฒิ”ชี้วิกฤติการเมือง ส่งผลให้เด็กเลียนแบบในทางที่ผิด พร้อมเปิด 5 ค่านิยมเด็กไทยยุคใหม่ เชื่อ“พรหมลิขิต ติดยา บ้าแบรนด์เนม ติดเกม กลัวผี”  สะท้อนปัญหาระบบการศึกษาไทยล้มเหลว ด้านเครือข่ายครอบครัวชี้โรงเรียนต้องเปิดพื้นที่ให้พ่อแม่มีส่วนร่วมเฝ้า ระวังเด็กกลุ่มเสี่ยง

       ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตามรัฐ ธรรมนูญ วุฒิสภา ได้มีการจัดเสวนาเรื่อง “เด็ก: ควรเรียนรู้อะไรจากวิกฤตทางการเมือง” โดยนายอนุศักดิ์ คงมาลัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า  พฤติกรรมความรุนแรงกรณีนักเรียนชั้นม. 5 โรงเรียนวิทยานุสรณ์ ก่อเหตุเผาหอสมุดโรงเรียน ซึ่งเกิดจากความเครียดจากการกดดันทางการเรียน และการเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรงทางการเมืองที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า เด็กไทยกำลังเผชิญปัญหาความสามารถด้านการบริหารอารมณ์ จนกลายเป็นจุดอ่อนต่อความอดกลั้นเมื่อเผชิญปัญหาและการหาทางออกด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่า ค่านิยมของเด็กไทยในยุคปัจจุบันที่เกิดจากการเลียนแบบทาสังคมที่สำคัญ 5 ด้าน พรหมลิขิต ติดยา บ้าแบรนด์เนม ติดเกม กลัวผี  ซึ่งค่านิยมเหล่านี้มาจากเพื่อน สังคมรอบข้าง การโฆษณาชวนเชื่อ สื่อมวลชน ผู้นำทางความคิด  

       นายอนุศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่ระบบการศึกษาไทยที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ตามความคาดหวังที่ตั้งกันเอา ไว้ ปรับตัวไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางสัคม และมีเพียงมาตรฐานเดียวในการวัดความเก่งของเด็ก ดังนั้นสิ่งที่เด็กควรเรียนรู้จากบทเรียนที่เกิดขึ้นในสังคมคือ การเรียนรู้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยตนเองอย่างรู้เท่าทัน เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ และอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ข้าราชการ และทุกภาคส่วนตระหนักในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการเฝ้าระวังเด็ก ในภาวะที่สังคมสับสน โดยจำเป็นต้องใช้กลไกที่ใกล้ตัวที่สุดในการเฝ้าระวังกับปัญหา ได้แก่ เครือข่ายเพื่อนร่วมชั้นเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา

       ด้าน นายธนากร คมกริช หัวหน้าโครงการเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า เด็กควรเรียนรู้ความเป็นจริง เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของสังคม โดยทุกระบบในสังคมต้องทำหน้าที่ฝึกสอนให้เด็กได้เรียนรู้ กลับพบว่า หน้าที่ในการอบรมเด็กกลับถูกผลักภาระไว้ที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ระบบโรงเรียนกลับมุ่งเน้นในเชิงวิชาการ แม้จะมีระบบคัดกรองเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพื่อนำเข้าสู่การแก้ไขปัญหา แต่กลไกเหล่านี้ยังไม่ถูกทำหน้าที่ จึงเห็นด้วยที่ผู้ปกครองต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลลูก ไม่ควรฝากภาระและอนาคตให้กับโรงเรียน โดยต้องมีระบบกลไกทางสังคมที่ช่วยให้ระบบครอบครัวมีความเข้มแข็ง มีทักษะและความรู้ความเข้าใจในการแนะนำลูกของตนเอง ซึ่งการสร้างระบบเครือข่ายผู้ปกครองสามารถทำได้ โดยโรงเรียนต้องเปิดพื้นที่ให้กลุ่มพ่อแม่ได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของความ เป็นผู้ปกครอง เช่น มีห้องให้ผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และการให้คำปรึกษาการเลี้ยงดูลูก เพื่อให้เครือข่ายครอบครัวมีส่วนในการเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาเด็กในโรงเรียน มากขึ้น

http://www.siamrath.co.th/?q=node/40322


--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com