วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ที่นี่มีคนตาย!...แต่ไม่เห็นเป็นไรพร้อมกระจายความสุขสู่ชาวกรุง ความทุกข์มีแค่ว่าตกลงใครเผาห้าง?

วันศุกร์, ธันวาคม 17, 2010

ที่นี่มีคนตาย!...แต่ไม่เห็นเป็นไรพร้อมกระจายความสุขสู่ชาวกรุง ความทุกข์มีแค่ว่าตกลงใครเผาห้าง?


พร้อมกระจายความสุขแล้ว-ขณะ ที่คนเสื้อแดงจะจัดกิจกรรมรำลึก 7 เดือนวีรชนราชประสงค์ที่แยกราชประสงค์ 19 ธ.ค.นี้ ทางห้างสรรพสินค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ก็เตรียมใช้ลานหน้าห้างฯ"ที่นี่มีคน ตาย"จัดกิจกรรมเคานท์ดาวน์ปีใหม่ 2554 ภายใต้คอนเซ็ปต์กระจายความสุขให้คนไทยและคนกรุงเทพฯอย่างทั่วถึง โดยประสานงานทหารตำรวจคุ้มกันงาน ท่ามกลางหลักฐานพยานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆว่าคนเสื้อแดงอาจจะไม่ใช่คนเผา ห้างเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 ธันวาคม 2553


19ธ.ค.รำลึก7เดือนวีรชนราชประสงค์พบวงคอรัสร้องเพลง"ปล่อยพิราบแดง"
บก.ลาย จุด-นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จัดแถลงข่าว เรื่องจัดงาน "ปล่อยนกพิราบ"กิจกรรมรำลึก 7 เดือน วีรชนราชประสงค์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค. นี้ ช่วงเย็น โดยแจ้งว่าเนื่องจากทางการห้ามใช้ลำโพง จึงได้รับอาสาสมัครเป็นนักร้องเพื่อร้องเพลงคอรัสจำนวนหนึ่งราวๆ 50 คน ทำหน้าที่ร้องเพลงรำลึก และอีกจำนวนหนึ่งทำหน้าที่เป็นลำโพงกระจายเสียง โดยมีจิ้น กรรมาชน นักร้องเพลงเพื่อชีวิตผู้แน่วแน่ในอุดมคติเป็นผู้นำ รวมทั้งบก.ลายจุดด้วย

ทั้งนี้เพราะทางการขอร้องว่าไม่ให้ใช้เครื่อง กระจายเสียง แต่การนำคนมาทำเป็นลำโพงกระจายเสียงคงไม่เป็นไร โดยได้มีการซ้อมรายการนี้มมาอย่างดี คาดว่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ผู้ร่วมชุมนุมได้แน่ จะมีอะไรที่มากกว่าคิดสำหรับกิจกรรมนี้

ห้างเซ็นทรัลระดมทหารพรึ้บจัดเคาต์ดาวน์ปีใหม่กระจายความสุขคนกรุง

ประชาชาติธุรกิจรายงาน ว่า ทันทีที่มีกระแสข่าวเมื่อช่วง ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า พื้นที่ "ราชประสงค์" เป็นแลนด์มาร์กสำหรับการจัดกิจกรรมเคานต์ดาวน์ของกรุงเทพฯ อาจไม่มีการจัดงานปีใหม่ เนื่องจากยังคงสุ่มเสี่ยงด้านความปลอดภัย ขนานไปกับภาพของ "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" (ททท.) เทงบฯก้อนใหญ่ ใช้พื้นที่ศูนย์การค้า "ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต" เป็นลานเคานต์ดาวน์หลักของกรุงเทพฯ ควบคู่กับหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด

เช้า วันรุ่งขึ้น เซ็นทรัลเวิลด์ 1 ใน หัวเรือใหญ่และเจ้าของพื้นที่ ที่ต้องการปั้นเซ็นทรัลเวิลด์และให้ย่านราชประสงค์เป็นศูนย์กลางของซิก เนเจอร์อีเวนต์ครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ หรือสงกรานต์ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ยืนยัน "ยังคงจัดงานเคานต์ดาวน์แน่นอน"

ด้วย คอนเซ็ปต์งานยังคงสนุก รื่นเริง เพื่อก้าวสู่ปีใหม่ที่สดใสกว่า แต่ที่ไม่เหมือนเดิม มีเพียงชื่อ จาก Hands Bangkok Countdown 2011 เป็น CentralWorld Bangkok Countdown 2011 และทีมออร์แกไนซ์ เปลี่ยนจากค่าย ซีเอ็ม เป็น "อินเด็กซ์" สอดคล้องไปกับรายงานข่าวจากสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจย่านราชประสงค์ (RSTA) ชี้ว่า ตอนนี้การประชุมด้านการเตรียมงาน และประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวมทั้งความพร้อมของสมาชิก ซึ่งเต็มที่และเต็มร้อยกับงานเคานต์ดาวน์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

"อย่าง ไรตาม งานเคานต์ดาวน์ ก็ยังคงต้องจัด เพราะตรงนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์และแลนด์มาร์กงานปีใหม่ของประเทศ เชื่อว่าคนไทยและนักท่องเที่ยวจะมาร่วมงานครั้งนี้ ถ้าไม่มีการจัดงานเคานต์ดาวน์ที่นี่น่าจะเกิดคำถามและความสงสัยมากกว่า"

เช่น เดียวกับการย้ำจุดยืนของ "เซ็นทรัลเวิลด์" ชี้ว่า เทศกาลเคานต์ดาวน์ปี 2011 คอนเซ็ปต์จะยังคงความยิ่งใหญ่และเป็นแลนด์มาร์กในการจัดงานปีใหม่ของประเทศ ซึ่งเตรียมแถลงข่าวเปิดตัวเต็มรูปแบบในสัปดาห์หน้า

ไม่ต่างไปจาก "เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน" แห่ง "อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ" บอกว่า เคานต์ดาวน์ปีนี้ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างอินเด็กซ์ฯกับเซ็นทรัลเวิลด์ โดย ททท. สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจย่านราชประสงค์ และสินค้าต่าง ๆ เข้าร่วมสนับสนุน รูปแบบของการจัดงานในปีนี้ จะมุ่งเน้นที่การสร้างและกระจายความสุขให้คนไทยและคนกรุงเทพฯอย่างทั่วถึง

ไม่ เพียงความบันเทิงบนเวทีหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ ยังเตรียมติดตั้งจอมอนิเตอร์อีกจำนวนมากบนถนนบริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อให้คนสัญจรไปมาได้มีส่วนร่วม รวมถึงยังมีการถ่ายทอดสดความบันเทิงผ่านจอช่อง 7 สี ตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง-เที่ยงคืนครึ่ง

และแม้ว่าหลาย ๆ คนจะห่วงและกังวลว่าพื้นที่ราชประสงค์ได้กลายเป็นเสมือน 1 ในสัญลักษณ์ทางการเมืองไปแล้วนั้น ความพร้อมของงานที่ประสานกับเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย จะสร้างความมั่นใจสำหรับคนที่จะเข้ามาเที่ยวและหาความสุขจากงานเคานต์ดาวน์

ที่สำคัญกว่า ผู้จัดงานยังวาดหวังว่าจะทำให้อีเวนต์นี้ช่วยลบภาพความเสียหายย่านแยกราชประสงค์ และนำความสุขกลับคืนสู่คนไทยทั้งประเทศ

เซ็นทรัลยังหวังจะได้เงินประกันภัยถูกเผาห้าง ยื่นฟ้องบริษัทรับประกันภัยต่อฝรั่ง

มติชนออนไลน์รายงานข่าว "ซีพีเอ็น"ยื่นฟ้องบริษัทประกันภัยในตปท. ยื้อจ่ายไฟไหม้ห้างฯเซน - เซ็นทรัลเวิลด์

นายกอบ ชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นฟ้องบริษัทประกันภัยในต่างประเทศ เพราะจนถึงขณะนี้บริษัทซีพีเอ็นยังไม่ได้รับเงินชดเชยประกันความเสียหายจาก กรณีศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และห้างสรรพสินค้าเซน ถูกไฟไหม้จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 แต่อย่างใด

เทเวศฯยึกยักไม่จ่ายค่าประกัน3หมื่นล้านCTW ท้าอยากได้ให้ฟ้องเอา อ้างห้างโดนผู้ก่อการร้ายเผา

ก่อน หน้านี้ "เทเวศประกันภัย" บริษัทที่รับทำประกันชี้ฝรั่งที่เป็นบริษัทรับประกันภัยต่ออ้างเข้าข่ายก่อ การร้าย แนะหากอยากได้ให้ฟ้องร้องศาลตัดสิน กินเวลานาน5-7ปี ยินดีจ่ายในส่วนประกันภัยก่อการร้าย3.3พันล้าน แต่เสียหายจริงอ้างไม่เกิน2พันล้านจะจ่ายปีหน้า

มติชนออนไลน์ รายงาน ว่า กรณีการชุมนุมม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมีบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risk : IAR) ให้กับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทุนประกันเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นเวิลด์ทุนประกัน 1.3 หมื่นล้านบาท และรับประกันก่อการร้ายกับห้างสรรพสินค้าเซนมูลค่า 3.3 พันล้านบาท

ขณะที่บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยก่อการร้าย ทุนประกัน 3.5 พันล้านบาท


นาย อนันต์ เกษเกษมสุข กรรมการผู้จัดการ เทเวศประกันภัย กล่าวว่า ล่าสุด บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวเรอส์) มีจุดยืนว่า ความเสียหายของเซ็นทรัลเวิลด์ เกิดจากภัยก่อการร้าย ดังนั้น เซ็นทรัลอาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัยความเสี่ยงภัย ทรัพย์สิน เนื่องจากกรมธรรม์ประเภทนี้จะคุ้มครองภัยที่เกิดจากการโจรกรรม หรือจลาจล และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้เอาประกันภัย รวมถึงความสูญเสียจากการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption) จนทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียรายได้ แต่ไม่รวมภัยจากการก่อการร้าย ซึ่งมีความรุนแรงในระดับที่สูงกว่า

"ที่บริษัทคาดว่าจะไม่คุ้มครอง เพราะรีอินชัวเรอส์เข้ามาพิสูจน์หลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดแล้วพบว่าเข้าข่ายก่อการร้ายจริงๆ โดยดูจากบริบทรอบข้าง ไม่ได้ยึดคำประกาศของรัฐบาลเป็นหลัก นอกจากนี้ ตามเงื่อนไขของประกัน IAR จะมีหมายเหตุว่า ไม่คุ้มครองภัยที่เกิดจากการก่อการร้าย เพราะเป็นภัยเฉพาะเจาะจง โดยยึดจากตัวอย่างเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 หรือ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้นมา และเหตุการณ์นี้เขาก็สรุปว่ารุนเเรงกว่าจลาจล"นายอนันต์กล่าว

นาย อนันต์กล่าวว่า หากเซ็นทรัลพัฒนาเห็นว่า น่าจะมีข้อสรุปที่ดีกว่า และยังรู้สึกสงสัยกับจุดยืนของรีอินชัวเรอส์ ประกอบกับเห็นว่าค่าเสียหายที่จะได้รับจากการประกันก่อการร้ายต่ำกว่าค่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 5-6 พันล้านบาท เซ็นทรัลก็อาจนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการศาลได้ โดยให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคดีความ ซึ่งอาจใช้เวลา 5-7 ปี ทั้งนี้ เห็นว่าทางรีอินชัวเรอส์น่าจะพร้อมชี้แจงกับผลสรุปดังกล่าว

นาย อนันต์กล่าวว่า ในส่วนของห้างสรรพสินค้าเซนที่ทำประกันก่อการร้ายมูลค่า 3.3 พันล้านบาท ซึ่งผลจากการประเมินความเสียหายคืบหน้าไปกว่า 95% ในเบื้องต้นพบว่า มูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งยังไม่เกินทุนประกัน โดยบริษัทจะรอข้อสรุปที่เหลือก่อนจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายได้ไม่เกินไตรมาส 1 ปีหน้า

เวบไซต์ของเทเวศประกันภัยเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้น ของบริษัทประกอบด้วย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 27,600 หุ้น คิดเป็น 0.23%
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 11,787,261 หุ้น คิดเป็น 98.227%
ผู้ถือหุ้นอื่นๆ 185,139 หุ้น คิดเป็น 1.543%

รวม 12,000,000 หุ้น คิดเป็น 100.00%


เทเวศประกันภัยระบุไว้ในเวบไซต์ว่า เป็นบริษัทของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ฯ

ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย เวบไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า ประกอบด้วย

1. บริษัท สยามแร่และน้ำมัน จำกัด 8,906,660 หุ้น 28.69 %

2. นางนงลักษณ์ วิสุทธิผล 2,729,675 หุ้น 8.79 %

3. บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย 2,212,750 หุ้น 7.13 %

4. บริษัท สุทโทเทศ จำกัด 1,661,358 หุ้น 5.35 %

5. บริษัท ศรีสตรี จำกัด 1,559,280 หุ้น 5.02 %


รปภ.เซ็นทรัลเวิลด์เปิดปาก 19 พ.ค.เสื้อแดงบริสุทธิ์ ทหารยึดห้างไว้ได้แล้วจึงเกิดเพลิงไหม้

มี ทหารมาควบคุมพื้นที่ห้างและสั่งให้รปภ.ทุกคนติดบัตร จึงออกจากพื้นที่ได้ ส่วนภายในห้างตอนนั้น ไม่มีคนเสื้อแดงหรือประชาชนหลบอยู่ในห้างแต่อย่างใด และยังไม่มีไฟไหม้ ออกจากห้างได้ในเวลา17.00 วันที่ 19 พฤษภาคม-นายเวียน อยู่สังกัดรปภ.บริษัท อาร์ทีเอสการ์ด รปภ.ห้างเซ็นทรัลเวิลด์


อย่าง ไรก็ตามได้มีผู้นำภาพเหตุการณ์ชุดทหารปิดล้อม ไล่ยิงคนออกจากห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วมีการเผาห้างตามมาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ทางface book ล่าสุดหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ไปทำข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างฯถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงในวันนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นแน่..

- รปภ.เซ็นทรัลเวิลด์แฉวันเผา

ผู้ สื่อข่าวได้ไปที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชดำริ ภายหลังจากมีภาพเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ที่แยกราชประสงค์ ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แพร่ในเฟซบุ๊ก ช่วงที่มีศอฉ.เข้าเคลียร์พื้นที่ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนเกิดไฟไหม้ขึ้น ทั้งที่ศอฉ. เข้าไปในพื้นที่แล้ว เพื่อติดตามสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

นาย เอ (นามสมมติ) กล่าวว่าตนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเช้า สังกัดบริษัท อาร์ทีเอสการ์ด จำกัด ซึ่งห้างเซ็นทรัลเวิลด์จะจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยสองแห่ง ดูแลพื้นที่ โดยมีบริษัท อาร์ทีเอสการ์ด จำกัด ดูแลพื้นที่ด้านนอก ลานจอดรถ และรอบห้างทั้งหมด ส่วนบริษัท จีโฟร์เอส การ์ด จำกัด ดูแลเฉพาะส่วนภายในอาคารทั้งหมด

ในเวลาดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านหลังห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ช่วงเช้าก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร แต่หลังจากเวลา 13.00 น. ได้ทราบข่าวว่าได้มีเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่นำกำลังมาบริเวณถึงหน้าถนน บริเวณสยามพารากอน จากนั้นก็มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ตนจึงให้รปภ.รอบบริเวณห้างลงไปอยู่ด้านล่างเพื่อความปลอดภัย โดยปิดล็อกประตูทางเข้าออกห้างทั้งหมด จนกระทั่ง เวลา 16.30 น. ได้มีกลุ่มทหารพร้อมอาวุธปืนบุกเข้ามาเคลียร์ในพื้นที่ห้างสั่งให้นอนหมอบ กับพื้นและสั่งให้รปภ.ทุกคนติดบัตร ก่อนปล่อยตัวออกไปจากพื้นที่ ซึ่งมีรปภ.บางคนไม่มีบัตรก็ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ถูกควบคุมตัวแยกไว้

- ถูกทหารคุมตัวออกจากห้าง

นาย เวียน (นามสมมติ) กล่าวว่า อยู่สังกัดรปภ.บริษัท อาร์ทีเอสการ์ด ช่วงเกิดเหตุปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชดำริ ตนอยู่ประตูทางเข้าออกห้างช่วงเช้าไม่มีเหตุการณ์อะไร จนมาช่วงบ่ายสังเกตเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงได้วิ่งแตกฮือกระจัดกระจายหนี เนื่องจากช่วงนั้นเริ่มมีเสียงระเบิดและปืนดังขึ้น ตนได้รับแจ้งทางวิทยุจากหัวหน้าให้ปิดประตูทางเข้าออกห้าง และให้หลบลงมาอยู่ด้านล่าง หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กล้าออกมาดูด้านบนว่ามีเหุตการณ์อะไรเกิดขึ้น

จนเวลา 17.00 น. จึงออกจากพื้นที่ได้ โดยมีทหารมาควบคุมพื้นที่ห้างและสั่งให้ทุกคนติดบัตร จึงออกจากพื้นที่ได้ ส่วนภายในห้างตอนนั้นไม่มีคนเสื้อแดงหรือประชาชนหลบอยู่ในห้างแต่อย่างใด และยังไม่มีไฟไหม้

ส่วน นายเทียน (นามสมมติ) รปภ.จีไฟร์เอส การ์ด กล่าวว่าช่วงเช้าตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ชั้น 6 ของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมองออกทางกระจกหน้าห้างสังเกตเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงวิ่งหนีกันอลหม่าน และมีเสียงปืน เสียงระบิดดัง และได้รับคำสั่งจากหัวหน้าเช่นกันแจ้งให้ลงมาอยู่ข้างล่างจนเวลา 17.00 น. จึงออกจากพื้นที่ได้

และนายพง(นามสมมติ) รปภ.บริษัทจีไฟร์เอสการ์ด กล่าวเช่นกันว่าตนอยู่ชั้น 1 ก็ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแจ้งให้ปิดประตูห้าง จากนั้นได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดดังถี่ขึ้นตลอด และต้องหลบลงมาอยู่ชั้นใต้ดินจนเวลา 16.00 น.ถึงออกจากพื้นที่เช่นกัน


-กรณี 6 ศพวัดปทุมฯจนท.รับยิงเข้าไปในวัดจริง

นาย จตุพร พรหมพันธ์ แถลงข่าว อ้างว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่ใช้อาวุธปืน M16A2 (กระสุนปืนขนาด 5.56 ม.ม. เป็นชนิดเอ็ม 855 (M855) หัวกระสุนจะเป็นหัว "สีเขียว" มีรายชื่อดังนี้ 1.จ.ส.อ.ชื่อย่อ ส. รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ 2.ส.อ.ชื่อย่อ ภ. 3.ส.อ.ชื่อย่อ ก. 4.ส.อ.ชื่อย่อ ช. และ 5.ส.อ.ชื่อย่อ ว.

ทั้งห้านายรับว่าได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงเข้าไปในวัดปทุมวนารามจริง และรับว่าอาวุธประจำกายของตนที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้ บังคับบัญชา มีการขออนุมัติเบิกอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จากหน่วยรบแห่งหนึ่ง ซึ่งได้แก่ เอ็ม16เอ2 (M16A2) ใช้กระสุนขนาด .223 (5.56 ม.ม.) เป็นกระสุนปืนเอ็ม 855 (M855)

ประมวลเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงประชาชนในวัดปทุมฯ

1.สถาน ที่ยิงเป็นเขตอภัยทาน พยานบุคคลจากการสอบสวนมีพยานหลายสิบปากที่เห็นเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิง เข้ามาในบริเวณวัด แม้กระทั่งยิงเข้าไปในเต็นท์ พยาบาลขณะที่มีการยุติการชุมนุมแล้ว บริเวณวัดปทุมวนารามถือเป็น "เขตอภัยทาน" ที่มีการร้องขอต่อเจ้าอาวาส เพื่ออาศัยวัดเป็นที่คุ้มครองชีวิต เพราะไม่คิดว่าใครจะมาฆ่ากันในวัด ซึ่งมีหลักฐานหนังสือการขอชีวิตโดยขอความอนุ เคราะห์ต่อท่านเจ้าอาวาสเพื่ออาศัยวัดเป็นบริเวณที่หลบภัย

2.มีหลัก ฐานจากพยานบุคคลหลายปากยืนยันว่า เวลา 17.00 น.เศษ มีเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัดมาจากสถานีรถไฟฟ้าสยาม อันเป็นที่ตั้งของหน่วยงานหนึ่งในกทม.มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีผู้ถ่ายภาพไว้ มีการเข้าช่วยเหลือบุคคลที่บาดเจ็บได้แก่ นายอัฐชัย ชุมจันทร์ ได้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา มีผู้ถ่ายภาพไว้เวลา 17.50 น.วันที่ 19 พ.ค. 53

ขณะที่อาสาพยาบาลช่วยเหลือนายอัฐชัย ชุมจันทร์ ก็ได้มีการถ่ายภาพไว้ซึ่งในภาพมีนายมงคล เข็มทอง อาสาป่อเต็กตึ๊ง ได้เข้ามาช่วยเหลือนายอัฐชัย แต่ช่วยเหลือได้ไม่นาน นายมงคล เข็มทอง ก็ถูกยิงตายในขณะที่กำลังช่วยเหลือนายอัฐชัย และต่อมา น.ส.กมนเกด อัคฮาด ก็ได้ถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายในเต็นท์พยาบาล ขณะที่ น.ส.กมนเกด ถูกกระสุน นายอัครเดช ขันแก้ว อาสาพยาบาลอีกคน ก็ได้เข้าไปช่วยก็ได้ถูกยิงตายในเต็นท์พยาบาลเช่นเดียวกัน

เรื่องเกี่ยวเนื่อง อย่าพลาดอ่าน:มติชน"เปิดสาร" พยานคดี 6 ศพ วัดปทุมวนารามฯ ในด้านลึก และสดจากที่เกิดเหตุ

******
ภาพชุดที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ค

รูปที่ 1 วันที่ 19 พ.ค. 53 หลังเสื้อแดงสลายการชุมนุมราชประสงค์ ทหารคุมพื้นที่ได้หมด ในเวลา 14.26 มีคนเดินเข้ามาในห้างฯ

รูปที่ 2 คนที่เดินเข้ามาโดนยิงสกัดที่ขา

รูปที่ 3 มีเพื่อนเข้ามาช่วยคนโดนยิงเจ็บออกไป

รูปที่4 ขณะที่คนที่ยืนดูอยู่ก็โดนยิงไล่


รูปที่5 อยู่ข้างในไม่ได้ โดนยิงไล่ ต้องรีบออกมา


รูปที่ 6 โดนยิงด้วยลูกซองเม็ดเล็ก ไม่เจตนาฆ่า แต่ไล่ให้ออกไปจากห้าง


รูปที่7-8 ส่วนข้างนอกก็มีการยิงสกัด เพื่อไม่ให้รปภ.เข้าไปรักษาความปลอดภัยในห้างได้


รูปที่ 8เอาทหาร ศอฉ.ตรึงกำลังรอบห้างฯ

รูปที่ 9-ในที่สุดรปภ.และพนักงานต้องเดินทางออกอย่างเดียว

จะสังเกตเห็นว่ามีทหารศอฉ.ปะปนอยู่กับพนักงานห้าง(เหน็บวิทยุสื่อสารสีแดง)


รูปที่10-มียิงออกมาข้างนอก


รูปที่11 -เห็นคนยิงบนสถานีรถไฟฟ้า ทหารกระหรี่แน่ๆ ที่ยิงประชาชนได้

รูป12 -เมื่อเคลียร์หมด คนในให้ออก คนนอกห้ามเข้าแล้วก็ เผา!


รูป13-ศอฉ.ควบคุมพื้นที่ได้หมด ในระหว่างนั้น


รูปที่ 14-หลัง เหตุการณ์เพลิงไหม้ห้าง ทหารตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในวันที่ 21 พ.ค.(ข้อสังเกตคือพวกเหน็บวิทยุสื่อสารสีแดง แบบเดียวกับตอนไล่คนออกจากห้างก่อนเผา)



รูปที่15-พบศพสุดท้าย ตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ

รูปที่ 16เป็นนักศึกษาจากราษีไศล ศรีสะเกษ


 

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

HOME (English with subtitles)

homeproject | Jun 03, 2009

We are living in exceptional times. Scientists tell us that we have 10 years to change the way we live, avert the depletion of natural resources and the catastrophic evolution of the Earth's climate.

The stakes are high for us and our children. Everyone should take part in the effort, and HOME has been conceived to take a message of mobilization out to every human being.

For this purpose, HOME needs to be free. A patron, the PPR Group, made this possible. EuropaCorp, the distributor, also pledged not to make any profit because Home is a non-profit film.

HOME has been made for you : share it! And act for the planet.

Yann Arthus-Bertrand

HOME official website
http://www.home-2009.com

PPR is proud to support HOME
http://www.ppr.com

HOME is a carbon offset movie
http://www.actioncarbone.org

More information about the Planet
http://www.goodplanet.info

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

"รัฐบาลชุดนี้รวยอย่างเดียว ซึ่งไม่ถูกขอให้ไปบอกนายกฯด้วยว่า พวกนายเนวินมีเป็นพันๆ ล้าน แต่ชาวบ้านไม่มีเงินจะกิน".


โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศ  ทำ “กรณ์” หน้าเจื่อน หลังชาวบ้านโทรศัพท์ไล่รัฐบาล 2 มาตรฐาน เจ้าตัวเสียงอ่อยบอก ความคิดเห็นมีหลากหลาย   บางคนบอกรัฐบาลรวยอย่างเดียว แต่ชาวบ้านไม่มีจะกิน…

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ที่เชิญชวนให้ประชาชนทั่วประเทศโทรศัพท์มาร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่แผนปรองดอง  ยังคงมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาทำหน้าที่อาสาสมัครรับโทรศัพท์จากประชาชนเป็นเวลา 20 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นมีผู้หญิงไม่ยอมบอกชื่อโทรศัพท์เข้ามาต่อว่ารัฐบาลว่า “รัฐบาล 2 มาตรฐาน ถ้าออกไปได้ก็ออกไปเลย” แล้ววางสายทันที ทำให้นายกรณ์ซึ่งเป็นผู้รับสายถึงกับหน้าเจื่อน และหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวเสียงอ่อยว่า “ความคิดเห็นมีหลากหลาย” นอกจากนี้ยังมีประชาชนโทรศัพท์ร้องเรียนเรื่องสินค้าแพง บางคนถึงกับพูดว่า “รัฐบาลชุดนี้รวยอย่างเดียว ซึ่งไม่ถูกขอให้ไปบอกนายกฯด้วยว่า พวกนายเนวินมีเป็นพันๆ ล้าน แต่ชาวบ้านไม่มีเงินจะกิน”.

ข่าวจากไทยรัฐ
--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

ควายไทยใกล้สูญพันธุ์รอบ 10 ปี!!เหตุคนนำมากิน-ใช้รถไถแทน

ควายไทยใกล้สูญพันธุ์รอบ 10 ปี!!เหตุคนนำมากิน-ใช้รถไถแทน

วิกฤตควายไทยใกล้สูญพันธุ์ในรอบ 10 ปี ควายไทยเหลือเพียง 1 ล้านกว่าตัว สาเหตุจากบริโภคเนื้อควายและชาวนาหันไปใช้ควายเหล็ก

     นายธีระ วงศ์สมุทร รมต.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน  ปริมาณควายในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต เนื่องจากพบว่า ช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา มีจำนวนลดลงอย่างมาก เหลือประมาณ 1 ล้านตัวเศษจากที่ เคยมีจำนวนประชากรควายมากที่สุดในโลก ในปี 2523 คือ ประมาณ 6 ล้านตัว ทว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐอย่างไร้ทิศทาง ทำให้ประชากรควายลดลงอย่างต่อ จนปัจจุบัน ควายไทยมีเหลือประมาณ 1.3 ล้านตัว ในขณะที่ปัจจุบันประชากรควายที่ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่มีจำนวนใกล้เคียง ถึงมากกว่าประเทศไทยแล้วคือ มาเลเซีย 2 แสนตัว กัมพูชา 8.4 แสนตัว ลาว 1.4 ล้านตัว พม่า 1.8 ล้านตัว เวียดนาม 2.2 ล้านตัว และอินโดนีเซีย 2.8 ล้านตัว

     สำหรับสาเหตุที่ปริมาณควายไทยลดลงก็เนื่องมาจาก ความนิยมในปัจจุบัน เปลี่ยนจากการใช้แรงงานควายมาเป็นการใช้เครื่องจักรใน การทำนา นอกจากนี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชากร "ควายไทย" ลดลงจนใกล้สูญพันธุ์ คือคนไทยกินเนื้อควายกันมาก โดยเฉพาะคนไทยในภาคเหนือและอีสานบางส่วน โดย อาหารที่โปรดปรานของคนไทยบางกลุ่ม คือตัวอ่อนที่อยู่ในท้องแม่ควาย

อย่างไรก็ตามในขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้ เตรียมพัฒนาควายพื้นเมืองให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ควายเป็นสัตว์ที่ช่วยกู้วิกฤติเศรษฐกิจ  เป็นแรงงานที่ยั่งยืนของ ชาวชนบทและคนไทย  นอกจากนี้ได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อลดการบริโภคเนื้อควายลง

     อย่างไรก็ตาม จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยชาวนาไทยที่ประสบความยากจนจากการประกอบอาชีพการทำนา  อัน เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน  และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทรงอยากให้ชาวนาไทยกลับมาใช้ควายในการทำนา ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้น้อมรับและสนองพระราชดำริดังกล่าว โดยในปี 2552 ได้จัดทำ “โครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนาตามพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวนาฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี และเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว

      สำหรับแนวทางการดำเนินงานเสริมให้เกษตรกรแต่ละชุมชนรวมกลุ่มจัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชน พร้อมจัดหาควายมาให้เลี้ยง รายละ 2-3 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะให้ยืมควายจากธนาคาร โค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราช ดำริ (ธคก.) ขณะที่กองทุนการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม ได้เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ไว้ให้เกษตรกรกู้ยืมซื้อควาย จากนั้นจะเร่งฝึก อบรมวิธี การเลี้ยงควายให้เกษตรกร และฝึกควายไถนาควบคู่กันไป เพื่อให้ใช้งานได้จริงคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกร หันมาประกอบอาชีพการทำนาโดยใช้แรงงานควาย ในระบบเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมพื้นที่ 3,410ไร่ สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไร่ละ 132 บาท คิดเป็นเงิน 4.5 แสนบาท/ปี ลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีโดยสามารถผลิตปุ๋ยคอกได้ปีละ 1,236 ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละ 1.1 ล้านบาทโดยจัดโครงการนำร่องทั่วประเทศ 12จังหวัด และในปี 2553จะเร่งดำเนินการขยายผลโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป

http://www.siamrath.co.th/?q=node/40257


--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

อนุกมธ.วุฒิ ชี้วิกฤติการเมือง เด็กเลียนแบบในทางที่ผิด/สะท้อนระบบการศึกษาไทยล้มเหลว

อนุกมธ.วุฒิ ชี้วิกฤติการเมือง เด็กเลียนแบบในทางที่ผิด/สะท้อนระบบการศึกษาไทยล้มเหลว

“อนุ กมธ.วุฒิ”ชี้วิกฤติการเมือง ส่งผลให้เด็กเลียนแบบในทางที่ผิด พร้อมเปิด 5 ค่านิยมเด็กไทยยุคใหม่ เชื่อ“พรหมลิขิต ติดยา บ้าแบรนด์เนม ติดเกม กลัวผี”  สะท้อนปัญหาระบบการศึกษาไทยล้มเหลว ด้านเครือข่ายครอบครัวชี้โรงเรียนต้องเปิดพื้นที่ให้พ่อแม่มีส่วนร่วมเฝ้า ระวังเด็กกลุ่มเสี่ยง

       ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตามรัฐ ธรรมนูญ วุฒิสภา ได้มีการจัดเสวนาเรื่อง “เด็ก: ควรเรียนรู้อะไรจากวิกฤตทางการเมือง” โดยนายอนุศักดิ์ คงมาลัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า  พฤติกรรมความรุนแรงกรณีนักเรียนชั้นม. 5 โรงเรียนวิทยานุสรณ์ ก่อเหตุเผาหอสมุดโรงเรียน ซึ่งเกิดจากความเครียดจากการกดดันทางการเรียน และการเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรงทางการเมืองที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า เด็กไทยกำลังเผชิญปัญหาความสามารถด้านการบริหารอารมณ์ จนกลายเป็นจุดอ่อนต่อความอดกลั้นเมื่อเผชิญปัญหาและการหาทางออกด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่า ค่านิยมของเด็กไทยในยุคปัจจุบันที่เกิดจากการเลียนแบบทาสังคมที่สำคัญ 5 ด้าน พรหมลิขิต ติดยา บ้าแบรนด์เนม ติดเกม กลัวผี  ซึ่งค่านิยมเหล่านี้มาจากเพื่อน สังคมรอบข้าง การโฆษณาชวนเชื่อ สื่อมวลชน ผู้นำทางความคิด  

       นายอนุศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่ระบบการศึกษาไทยที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ตามความคาดหวังที่ตั้งกันเอา ไว้ ปรับตัวไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางสัคม และมีเพียงมาตรฐานเดียวในการวัดความเก่งของเด็ก ดังนั้นสิ่งที่เด็กควรเรียนรู้จากบทเรียนที่เกิดขึ้นในสังคมคือ การเรียนรู้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยตนเองอย่างรู้เท่าทัน เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ และอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ข้าราชการ และทุกภาคส่วนตระหนักในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการเฝ้าระวังเด็ก ในภาวะที่สังคมสับสน โดยจำเป็นต้องใช้กลไกที่ใกล้ตัวที่สุดในการเฝ้าระวังกับปัญหา ได้แก่ เครือข่ายเพื่อนร่วมชั้นเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา

       ด้าน นายธนากร คมกริช หัวหน้าโครงการเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า เด็กควรเรียนรู้ความเป็นจริง เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของสังคม โดยทุกระบบในสังคมต้องทำหน้าที่ฝึกสอนให้เด็กได้เรียนรู้ กลับพบว่า หน้าที่ในการอบรมเด็กกลับถูกผลักภาระไว้ที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ระบบโรงเรียนกลับมุ่งเน้นในเชิงวิชาการ แม้จะมีระบบคัดกรองเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพื่อนำเข้าสู่การแก้ไขปัญหา แต่กลไกเหล่านี้ยังไม่ถูกทำหน้าที่ จึงเห็นด้วยที่ผู้ปกครองต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลลูก ไม่ควรฝากภาระและอนาคตให้กับโรงเรียน โดยต้องมีระบบกลไกทางสังคมที่ช่วยให้ระบบครอบครัวมีความเข้มแข็ง มีทักษะและความรู้ความเข้าใจในการแนะนำลูกของตนเอง ซึ่งการสร้างระบบเครือข่ายผู้ปกครองสามารถทำได้ โดยโรงเรียนต้องเปิดพื้นที่ให้กลุ่มพ่อแม่ได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของความ เป็นผู้ปกครอง เช่น มีห้องให้ผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และการให้คำปรึกษาการเลี้ยงดูลูก เพื่อให้เครือข่ายครอบครัวมีส่วนในการเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาเด็กในโรงเรียน มากขึ้น

http://www.siamrath.co.th/?q=node/40322


--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com